คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินกับ สมดุลน้ำในพื้นที่ชุ่มน้ำ ก
The relations between of land use change with water balance on Wetland for case stu
ผู้ทำวิจัย : ปฏิวิชช์ สาระพิน
ประเภทงานวิจัย : งานวิจัยประยุกต์
สาขาวิชาการที่ทำวิจัย : สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา
ปีที่ทำงานวิจัย : 2
           การดำรงชีวิตของสังคมไทย ไม่ว่าจะในเมืองหรือในชนบทได้อาศัยพึ่งพา และมีความเป็นอยู่ผูกพันกับพื้นที่ชุ่มน้ำมานานหลายชั่วอายุคน ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งรวมคุณค่าและผลประโยชน์มากมายหลายอย่าง ซึ่งแต่ละพื้นที่ชุ่มน้ำจะมีบทบาทหน้าที่ ผลผลิต และคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างกันไป (ศันสนีย์ ชูแวว, ม.ป.ป.) ประโยชน์และคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำมีทั้งที่สามารถประเมินออกมาเป็นตัวเลขได้และไม่ได้ จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2539 พบว่า ผลผลิตจากการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำสามารถประเมินมูลค่าได้อย่างน้อยสองแสนล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (สถาบันทรัพยากรชายฝั่ง, 2544) ส่วนคุณค่าที่ไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้คาดว่ามีมากกว่าหลายเท่า ซึ่งมูลค่าเหล่านี้ได้แก่ คุณค่าทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต การตั้งถิ่นฐาน การทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำฝนและน้ำท่า ป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็ม ป้องกันชายฝั่งพังทลาย การดักจับสารพิษตะกอนและแร่ธาตุ เป็นแหล่งอพยพ วางไข่ สืบพันธุ์ และอนุบาลของนกและปลาหลายชนิด เป็นแหล่งสมุนไพร แหล่งประกอบอาชีพ ตลอดจนการคมนาคมและการศึกษาวิจัยทางธรรมชาติ พื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ด เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ มีน้ำขังตลอดปี และมีที่ลุ่มชื้นแฉะโดยรอบ เป็นแหล่งรับและเก็บกักน้ำจากน้ำฝนตามธรรมชาติและน้ำป่าจากที่ราบสูงทางทิศตะวันออก เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์ของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำและข้อมูลจากการสำรวจเบื้องต้น (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม, 2542) เนื่องจากบึงบอระเพ็ดมีคุณค่าและความสำคัญทางด้านระบบนิเวศวิทยา กล่าวคือ เป็นแหล่งที่มีคุณค่าพิเศษในการดำรงความหลากหลายของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เป็นแหล่งอาหาร แหล่งเพาะพันธุ์ วางไข่และเป็นแหล่งอนุบาลตัวอ่อนของประชากรปลา ที่สำคัญเป็นแหล่งพักพิงของนกนานาชนิด รวมทั้งนกน้ำที่หายากและมีแนวโน้มใกล้จะสูญพันธุ์ นอกจากนี้บึงบอระเพ็ดยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน แต่ปัจจุบันจากรายงานของสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์บึงบอระเพ็ด (2543) และสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (2542) พบว่าพื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ดกำลังประสบปัญหาระดับน้ำในบึงลดลง จากเดิมความลึกเฉลี่ยประมาณ 3 เมตร แต่ปัจจุบันลดลงเหลือ 1.5-2.5 เมตร จากรายงานของคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ (2537) พบว่าการใช้ประโยชน์ที่ดินที่บึงบอระเพ็ดและพื้นที่โดยรอบจะมีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับระดับความสูงของน้ำในบึงบอระเพ็ด นอกจากนี้ปัญหาที่สำคัญของบึงบอระเพ็ดคือ อัตราการตกตะกอนและการตื้นเขินของบึงอยู่ในระดับสูงทำให้ประชาชนบุกรุกเข้าครอบครองพื้นที่เพื่อเข้าไปทำประโยชน์ และอาศัยในพื้นที่บึงเพิ่มมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินของพื้นที่โดยรอบและบึงถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างไม่เหมาะสม จากรายงานของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (2524) พบว่า เมื่อปี พ.ศ. 2524 ชาวบ้านเข้าไปบุกรุกเพื่อปลูกบ้านทั้งหมด 2,023 หลัง บุกรุกเนื้อที่ทั้งหมด 63,216 ไร่ แต่ปัจจุบันจากการรายงานของสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด (2543) พบว่าเมื่อปี พ.ศ.2539 ชาวบ้านเข้าไปบุกรุกเพิ่มขึ้นเป็น 2,618 หลัง โดยเป็นพื้นที่ทั้งหมด 95,544 ไร่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลต่อสมดุลของพื้นที่ชุ่มน้ำ และส่งผลต่อเนื่องต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศของบึงบอระเพ็ดได้ ซึ่งสมดุลน้ำสามารถบอกถึงปริมาณน้ำ รูปแบบการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ และเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อลักษณะอุทกวิทยาในพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยลักษณะอุทกวิทยานั้นมีความสำคัญต่อโครงสร้างและหน้าที่ของพื้นที่ชุ่มน้ำ และมีผลต่อปัจจัยต่างๆ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตในพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงระบบอุทกวิทยานั้นจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงลักษณะของดินและพืชพรรณในพื้นที่ชุ่มน้ำได้ (Mitsch and Gosselink , 2000) จากปัญหาและผลกระทบที่เกิดกับพื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ด จะเห็นได้ว่าสาเหตุหนึ่งมาจากการขาดการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทรัพยากรน้ำ การใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเพียงพอในคุณลักษณะทางธรรมชาติของระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ รวมทั้งขาดความตระหนักในบทบาทหน้าที่ คุณค่าและคุณประโยชน์ที่แท้จริงของพื้นที่ชุ่มน้ำ ดังนั้นในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ด จึงควรศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งในและโดยรอบพื้นที่ชุ่มน้ำกับตะกอนตกจมและสมดุลน้ำในพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งจะทำให้ทราบถึงความสัมพันธ์ในการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงและทราบถึงทิศทางความสัมพันธ์ รวมทั้งคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดในอนาคต เพื่อเป็นข้อมูลและแนวทางในการป้องกันแก้ไขผลกระทบ และวางแผนการจัดการในการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด เพื่อให้เรามีทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ชุ่มน้ำใช้อย่างยั่งยืนและรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำให้คงอยู่ตลอดไป